เจาะลึก บาคาร่า168 รู้ก่อนทำกำไรได้แน่นอน 100%

เจาะลึก บาคาร่า168 รู้ก่อนทำกำไรได้แน่นอน 100%

ใครเล่นบาคาร่าก็มีแต่อยากจะบวกให้ได้มาก ๆ ใช่ไหมล่ะ แต่เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเกมไพ่ที่เล่นง่าย ๆ ถึงได้บวกยาก หรือตอนแรกก็บวกอยู่ดี ๆ ช่วงหลังกลายเป็นติดลบไปเสียอย่างนั้น ความจริงแล้วมันมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทาง ZABBET เราอยากมานำเสนอ เป็นเทคนิคคนส่วนใหญ่ไม่รู้ ไม่ได้ใส่ใจ ทั้งที่มันสามารถช่วยให้ทำกำไรได้เยอะมาก ว่าแต่มันคืออะไร เรามาเจาะลึกไปพร้อมกะนดีกว่า

เจาะลึกกันว่า บาคาร่ามาจากไหน

เจาะลึกกันว่า บาคาร่ามาจากไหน

บาคาร่า (Baccarat) เกมไพ่ชนิดหนึ่งที่มีรูปแบบการเล่น คล้ายคลึงกับ เกมไพ่ “ป็อกเด้ง” โดยคำว่า “Baccarat” เป็นคำภาษาฝรั่งเศส โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า “baccara” ซึ่งเป็นคำภาษาอิตาลี ที่มีความหมายว่า ศูนย์ โดยสื่อถึงแต้มศูนย์ ดังนั้นก็สามารถสันนิษฐานได้ว่า จุดกำเนิดของเกมบาคาร่า นั้น ได้ถูกสร้างขึ้นที่ประเทศอิตาลี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 นั่นเอง โดยผู้คิดค้น เกมบาคาร่า นั้นคือ เฟลิกซ์ ฟาลกูยเรน (Felix Falguirein) นักพนันชาวอิตาลี และเกม บาคาร่า ถูกนำเข้ามายังประเทศฝรั่งเศสในสมัย พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 8 (Charles VIII) กษัตริย์ของฝรั่งเศส ซึ่งในช่วงนั้น ได้เกิดสงครามระหว่าง ฝรั่งเศส กับ อิตาลี ในช่วง ค.ส. 1494

และยังมีความเชื่อที่ว่า บาคาร่า เกมไพ่ที่มีต้นกำเนิดมาจากแบล็คแจ็ค โดยมีผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม ได้ออกมาเผยว่า บาคาร่า นั้น มีที่มากจาก ประเทศฝรั่งเศส โดยให้เหตุผลว่า รูปแบบการเล่นของเกมบาคาร่านั้น คล้ายคลึงกับ รูปแบบการเล่นของเกม แบล็คแจ็ค จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ต้นกำเนิดของบาคาร่านั้น มาจากประเทศฝรั่งเศส เพราะเนื่องด้วย การถือกำเนิดของไพ่แบล็คแจ็คนั้น มีช่วงเวลาที่เชื่อมต่อกันกับเกม บาคาร่า อีกด้วย เพราะในช่วงปี ค.ส. 1793 – 1850 ในสมัยของ พระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์ ได้มีการถือกำเนิดเกมไพ่ที่ชื่อ แบล็คแจ็ค ในประเทศฝรั่งเศสขึ้นมา และหลังจากนั้น ในช่วงศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีเกมไพ่ที่ชื่อ บาคาร่า ถือกำเนิดขึ้นมา และได้รับความนิยมอย่างมากในในคาสิโนเมืองริเวียร่า ประเทศฝรั่งเศส

วิธีนับแต้มไพ่

ก่อนจะเล่นบาคาร่าออนไลน์ จำเป็นต้องรู้ว่าเขานับแต้มกันอย่างไรเสียก่อน ซึ่งการนับแต้มก็ไม่ยาก ไพ่แต่ละใบจะมีค่าดังนี้

เจาะลึกวิธีนับแต้มไพ่
  • ไพ่ A จะมีค่า 1 แต้ม
  • ไพ่ 2-9 จะมีค่าตามหมายเลขหน้าไพ่
  • ไพ่ 10, J, Q, K จะมีค่า 0 แต้ม
  • ดอกไพ่ (โพธิ์ดำ, โพธิ์แดง, ข้าวหลามตัด, ดอกจิก) จะไม่มีผลต่อขนาดไพ่

วิธีการนับแต้มจากแต้มไพ่แต่ละใบที่ได้รับมารวมกัน หากแต้มรวมได้ตั้งแต่ 10 แต้มขึ้นไปจะใช้หลักหน่วยในการตัดสิน เช่น ได้ไพ่ 9, 7, K = 9+7+0 = 16 แต่ใช้แค่หลักหน่วยเท่ากับว่าได้เพียงแค่ 6 แต้ม หรือ 9, A = 9+1 = 10 เช่นนี้ถือว่าได้ 0 แต้ม เรียกว่าไพ่บอด

สำหรับการตัดสินแพ้ชนะจะดูว่าฝั่งไหนได้แต้มใกล้เคียง 9 แต้มมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ

เจาะลึก วิธีเล่นบาคาร่า

หลังจากที่เลือกโต๊ะได้แล้วเราจะต้องวางเดิมพันไปในฝั่งที่คิดว่าจะชนะ หลังจากนั้นดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้ฝั่งละ 2 ใบ แล้วค่อยเปิดไพ่เพื่อนับแต้ม ในขั้นตอนนี้ดีลเลอร์จะดูว่าแต้มที่ออกมาของทั้งสองฝั่ง จำเป็นต้องจั่วไพ่เพิ่มหรือว่าสามารถตัดสินผลกันได้เลย

ไพ่ใบที่ 3 จั่วได้ตอนไหน

เรื่องไพ่ใบที่ 3 นับว่าเป็นปัญหาสำหรับคนที่ไม่รู้กติกาอย่างมาก หลายคนโวยวายหาว่าคาสิโนโกงเมื่อเห็นว่ามีการจั่วไพ่เพิ่ม ทั้ง ๆ ที่ฝั่งที่แทงกำลังจะชนะอยู่แล้ว แต่เนื่องจากกฎไพ่ใบที่ 3 มีความซับซ้อน จึงต้องให้ดีลเลอร์เป็นคนดูแลกฎนี้แทน ซึ่งเงื่อนไขการจั่วไพ่เพิ่มมีอยู่ว่า

  1. ถ้าเจ้ามือหรือผู้เล่นมีแต้มรวม 8-9 แต้ม ก็ตัดสินแพ้ชนะได้เลย
  2. ถ้าผู้เล่นได้ 6-7 แต้ม จะต้องอยู่เฉย ๆ จากนั้นไปดูแต้มเจ้ามือ
  • หากได้ 6-7 แต้ม ก็ตัดสินได้ทันที
  • แต่ถ้าได้น้อยกว่า 6 แต้ม ให้จั่วไพ่ใบที่ 3
  1. ถ้าผู้เล่นได้น้อยกว่า 6 แต้ม ให้จั่วไพ่ได้อีก 1 ใบ จากนั้นดูแต้มเจ้ามือ
  • หากได้ 0-2 แต้ม ให้จั่วเพิ่ม
  • หากได้ 3 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นไม่ใช่ 8 ให้จั่วเพิ่ม
  • หากได้ 4 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นเป็น 2-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • หากได้ 5 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นเป็น 4-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • หากได้ 6 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นเป็น 6-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • หากได้ 7 แต้ม ให้อยู่เฉย ๆ
  1. เมื่อวัดแต้มกันแล้วหากฝั่งที่เราแทงชนะก็จะได้รับเดิมพัน หากแพ้ก็เสียเงิน ยกเว้นผลเป็นเสมอจะได้รับเดิมพันคืนเต็มจำนวน แต่ถ้าแทงเสมอไปแล้วผลไม่ใช่เสมอแบบนี้จะเสียเดิมพัน

เจาะลึก ว่าบาคาร่ามีอัตราจ่ายยังไง

สำหรับอัตราจ่ายบาคาร่านั้นจะขึ้นอยู่กับโต๊ะที่เราเล่นว่าเป็นแบบมีคอมมิชชั่นหรือไม่ หากไม่มีในการแทงฝั่งเจ้ามืออัตราจ่ายจะอยู่ที่ 1 เท่า หรือแทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน แต่สำหรับกฎมาตรฐานทั่วไปจะมีอัตราจ่ายดังนี้

  • เดิมพันฝั่งเจ้ามือ หากชนะ อัตราจ่ายคือ 0.95 เท่า หรือ 95% ของเดิมพัน โดยอีก 5% จะถูกหักเป็นค่าคอมมิชชั่นให้กับคาสิโนออน ถ้าแพ้เสียเต็ม หากผลเป็นเสมอได้รับเดิมพันคืนทั้งหมด
  • เดิมพันฝั่งผู้เล่น หากชนะ อัตราจ่ายคือ 1 เท่า ถ้าแพ้เสียเต็ม หากผลเป็นเสมอได้รับเดิมพันคืนทั้งหมดเช่นกัน
  • เดิมพันฝั่งเสมอ หากผลเป็นเสมอ อัตราจ่ายคือ 8 เท่า ถ้าผลออกมาฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะ จะเสียเดิมพันทั้งหมด
  • เดิมพันไพ่คู่เจ้ามือ หากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือมีแต้มเท่ากัน อัตราจ่าย 11 เท่า ถ้าออกไพ่คนละหน้าจะเสียเดิมพันทั้งหมด
  • เดิมพันไพ่คู่ผู้เล่น หากไพ่สองใบแรกของผู้เล่นมีแต้มเท่ากัน อัตราจ่าย 11 เท่า ถ้าออกไพ่คนละหน้าจะเสียเดิมพันทั้งหมด

House Edge สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเล่นบาคาร่า

House Edge หรืออัตราความได้เปรียบของคาสิโนจะมีความสัมพันธ์กับอัตราจ่าย และจะส่งผลต่อการทำกำไรของเราในระยะยาว นั่นก็คือยิ่งเล่นนานเล่นหลายตายิ่งทำให้โอกาสชนะของเราลดน้อยลงเรื่อย ๆ สำหรับค่า House Edge ของการเดิมพันแต่ละฝั่งจะมีดังนี้

  • ฝั่งเจ้ามือ คาสิโนได้เปรียบอยู่ที่ 1.0579%
  • ฝั่งผู้เล่น คาสิโนได้เปรียบอยู่ที่ 1.2351%
  • ฝั่งเสมอ คาสิโนได้เปรียบอยู่ที่ 14.3596%
  • ฝั่งไพ่คู่ คาสิโนได้เปรียบอยู่ที่ 10.3614%

หากดูให้ดีจะเห็นว่าฝั่งเสมอกับฝั่งไพ่คู่เป็นจุดที่คาสิโนได้เปรียบมาก ๆ จึงทำให้สองฝั่งนี้มีอัตราจ่ายที่มากกว่าการแทงฝั่งเจ้ามือหรือผู้เล่น ส่วนฝั่งเจ้ามือที่คาสิโนได้เปรียบน้อยที่สุดก็มีการแก้ไข โดยการเพิ่มกฎที่ว่าหากเจ้ามือชนะจะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับคาสิโน 5% จึงเป็นเหตุผลที่ว่าหากเล่นบาคาร่าจำเป็นต้องใช้สูตรเดินเงินเข้าช่วยจะทำให้มีโอกาสได้กำไรมากกว่า

House Edge สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเล่นบาคาร่า

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมอัตราจ่ายของไพ่คู่ถึงมากกว่าฝั่งเสมอ ทั้งที่คาสิโนได้เปรียบน้อยกว่า นั่นเป็นเหมือนกับจิตวิทยาที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ามันน่าวางเดิมพัน แต่สำหรับคาสิโนแล้วนั้นหากได้เปรียบมากกว่า 10% จะจ่ายมากแค่ไหนก็ได้เปรียบกว่าอยู่ดี